พลาสติกที่รีไซเคิลได้

  ทุกท่านทราบหรือไม่ครับ ว่าพลาสติกที่สามารถขายได้ เพราะสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้นั้นเป็นแบบไหน และเราจะรู้ได้ยังไง? เมื่อหลายวันก่อนมีการจัดทำถังขยะใหม่สำหรับใช้ในโรงงาน ก็เลยกลับมาทบทวนวิธีการแยกขยะครับ บทความนี้เลยถือโอกาสนำเรื่องพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้มาฝากกันครับ ก่อนอื่นมารู้จักพลาสติกกันก่อนครับ พลาสติกนั้นสามารถแยกได้  2 ชนิด คือ ชนิดเทอร์โมเซตติง (Thermosetting) มีรูปทรงถาวร ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้  เช่น ชามเมลามีน  และชนิดเทอร์โมพลาสติก (Thermo plastic) จะอ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ โดยพลาสติกที่สามารถใช้ในการรีไซเคิลนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 7 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสัญลักษณ์รีไซเคิล คือ หมายเลขชนิดและตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้(ดูภาพประกอบด้านบน)   ได้แก่ เบอร์ 1 โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET หรือ PETE) มีความใส  มีความยืดหยุ่นสูงและป้องกันการซึมผ่านได้ มักใช้ทำขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช สามารถนำมารีไซเคิลเป็น เส้นใยสำหรับทำเสื้อกันหนาว พรม ใยสังเคราะห์ ถุงหูหิ้ว กระเป๋า และขวด เบอร์ 2 โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ใช้ทำขวดนม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต

Read More

น้ำเสียและแหล่งกำเนิดน้ำเสีย

  หลายวันก่อนได้ยินข่าวเกี่ยวกับน้ำใกล้ๆกองขยะ ไหลลงแหล่งน้ำและมีการลงข่าวว่าเป็นน้ำเสื่อมโทรมที่ต้องบำบัด ก็เลยเอาเรื่องน้ำเสียมาฝากกันครับ น้ำเสีย (Wastewater) หมายถึง น้ำทิ้ง หรือน้ำที่ผ่านการใช้ประโยชน์ หรือน้ำ ที่มีสารใด ๆ หรือสิ่งปฏิกูลที่ไม่พึงปรารถนาเจือปนอยู่ จนทำให้คุณสมบัติของน้ำเปลี่ยนแปลงไป จนอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เว้นเสียแต่ว่าได้ผ่านกรรมวิธีบำบัดที่เหมาะสม  โดยสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำเสีย จะมีคุณลักษณะแตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดนั้น เช่น สี  กลิ่น  น้ำมัน ไขมัน ผงซักฟอก สบู่ ยาฆ่าแมลง  สารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ เชื้อโรค ที่ตลอดจนสารพิษอื่นๆ แหล่งที่มาของน้ำเสีย  สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทใหญ่ ได้แก่ 1.น้ำเสียชุมชน(Domestic Wastewater) น้ำเสียชุมชนเป็นน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมประจำวันของประชาชน ที่อาศัยในชุมชนและการประกอบอาชีพ เช่น บ้านพักอาศัย หมู่บ้านจัดสรร  คอนโดมิเนียม  โรงแรม ตลาดสด โรงเรียน  โรงพยาบาล เป็นต้น โดยน้ำเสียจะเกิดจากกิจกรรม ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การชำระล้าง  การซักล้าง การประกอบอาหาร น้ำเสียประเภทนี้มักมีสารอินทรีย แบคทีเรีย

Read More

ISO14001 :2015 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

  หายไปพักหนึ่งเนื่องจากวุ่นอยู่กับการ ตรวจติดตามระบบ ISO14001 ครับ เป็นรอบการตรวจ Surveillance audit จาก CB(certified Body) ก็ต้องมีการตรวจสอบเอกสารรวมถึงข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน  บางคนอาจจะแย้งถ้ามีระบบดีอยู่แล้ว ทำไมต้องเตรียมตัว จริงๆแล้วระบบนะดีครับ แต่ในบางครั้งความเข้าใจของผู้ใช้งาน และความยุ่งยากของวิธีการต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากทีมสร้างระบบเองที่ทำให้ในบางเรื่องมีวิธีการที่ซับซ้อน  บางขั้นตอนผู้ใช้งานไม่เข้าใจก็อาจเป็นสาเหตุให้การทำงานจริงๆ ไม่ตรงกับสิ่งที่เราเขียนเป็นวิธีการปฏิบัติงาน(procedure)  จึงต้องตรวจสอบกันหน่อยครับ สำหรับในบทความนี้จึงขอเกริ่นบางส่วนเกี่ยวกับ ISO14001 version 2015 ให้คร่าวๆละกันครับ สำหรับ ISO14001:2015 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดหลายส่วนเหมือนกันครับ  สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้ขอการรับรอง ก็คงต้องเตรียมตัวศึกษาทำความเข้าใจและฝึกอบรมข้อกำหนดใหม่กันก่อน จากนั้นก็ทำการทบทวนสถานะปัจจุบันเทียบกับข้อกำหนดใหม่  ดำเนินการปรับปรุงและจัดทำระบบเพิ่มเติม  พร้อมปฏิบัติตามระบบใหม่ที่ได้ปรับปรุงแล้วให้มีผลการดำเนินการสักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะถึงรอบของการขอรับรองนะครับ     รูปด้านบนเป็นการเปรียบเทียบข้อกำหนดของ ISO14001:2004 กับ ISO14001:2015 ครับ ซึ่งมีโครงสร้างของข้อกำหนดที่เปลี่ยนไป และใช้แบบเดียวกับ ISO9001:2015  ส่วนด้านล่างเป็นข้อกำหนดทั้งหมดของ ISO14001:2015 ซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อใหญ่ และมีข้อย่อยในแต่ละข้อด้วยครับ       ใน

Read More

F/M ratio อัตราส่วนสารอาหารต่อจุลินทรีย์

    F/M ratio อัตราส่วน สารอาหารต่อจุลินทรีย์ (Food per Microorganism) คือ สัดส่วนปริมาณสารอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบในแต่ละวันต่อปริมาณ จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในระบบ เป็นค่าที่แสดงให้ทราบว่าระบบบำบัดน้ำเสียนั้นมีอสภาพอย่างไร มีสารอาหารเพียงพอหรือไม่ หรือมีสารอาหารมากเกินไปหรือเปล่า  ลองคิดเป็นภาพง่ายๆ ว่าสารอาหารที่เราป้อนเข้าระบบบำบัดน้ำเสียเป็นอาหารและระบบบำบัดเทียบได้กับตัวเราเอง  ค่า Food ก็คืออาหารที่เรากิน  อาหารที่เรากินแต่ละมื้อหรือแต่ละวันก็จะเหมาะสมเท่ากับจำนวนหนึ่ง ถ้าเราให้ให้อาหารมากไปก็กินไม่หมด หรือให้น้อยเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานานก็ไม่ดีต่อร่างกาย เช่นเดียวกับระบบบำบัดน้ำเสียถ้าป้อนสารอาหารมากเกินไปก็อาจจะบำบัดไม่หมด ประสิทธิภาพลดลง ถ้ามีปริมาณสารอาหารน้อยเกินไปก็มีผลต่อจุลินทรีย์ ดังนั้น ค่า F/M จึงเป็นพารามิเตอร์สำคัญ ที่ต้องทำการตรวจสอบเป็นประจำ ในกรณีที่ระบบมี F/M สูง แสดงว่าสารอาหารมีค่าสูงขึ้น หรือจุลินทรีย์มีปริมาณน้อย ให้ลดการทิ้งตะกอน หากค่า F/M ต่ำ แสดงว่าสารอาหารมีค่าลดลง หรือ จุลินทรีย์มีมากให้เพิ่มการทิ้งตะกอน  การที่ระบบบำบัดน้ำเสียมีค่า F/M ไม่เหมาะสมจะทำให้การรวมตัวของตะกอนไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาน้ำขุ่นที่ถังตกตะกอน หรือ ทำให้ระบบบำบัดมีประสิทธิภาพต่ำได้ การคำนวณค่าอัตราส่วนสารอาหารต่อจุลินทรีย์ F/M ratio ได้จากสมการ ค่า F/M

Read More