การคาดเข็มขัดนิรภัย มีความสำคัญแค่ไหน

  การคาดเข็มขัดนิรภัย กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้ครับ มีการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย ดูได้จากข่าวทุกช่อง มีการนำเสนอเรื่องนี้  อาทิเช่น 5 เมษายน จับไม่คาดเข็มขัด ปรับ 5,000  เล็งผู้โดยสารรถตู้-รถโดยสาร หากเตือนยังดื้อดึง-โดนหนักไก่อูแจงปีรถที่บังคับให้ติดตั้ง “นายกฯตู่” คาดเบลท์ถ่ายเซลฟี่โชว์สื่อ แจงจำเป็นงัด ม.44 คุมเข้มเข้มจราจร หวังลดอุบัติเหตุสงกรานต์    http://www.thairath.co.th/content/895241 ย้ำอีกรอบ 5 เม.ย.60 คนขับ-คนนั่ง ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ฝ่าฝืนจับปรับรถโดยสารสาธารณะปรับ 1,000 บาท ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลปรับ 500 บาท : http://www.thairath.co.th/content/895066 หากเรามองถึงเรื่องความปลอดภัยแน่นอนว่า  เข็มขัดนิรภัย” คืออุปกรณ์นิรภัยติดรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยลดความรุนแรงให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์จากอันตรายในกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ  จากผลการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลของการใช้เข็มขัดนิรภัยในประเทศไทย พบว่าสามารถช่วยลดจํานวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ถึง ร้อยละ34 และ ผู้ที่ไม่ใช้เข็มขัดนิรภัยนั้นมีอัตราความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าผู้ที่ใช้เข็มขัดนิรภัยถึง 1.52 เท่า สำหรับ แบบของเข็มขัดนิรภัย มีด้วยกัน 2 แบบคือ   แบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ คาดรอบสะโพก บริเวณต้นขาและผ่านเฉียงทางหน้าอกและกระดูกไหปลาร้า สำหรับผู้ขับรถและที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับรถที่อยู่ด้านริมสุด

Read More

ค่าความเป็นพิษ Toxicity ที่ระบุใน MSDS คืออะไร

  ในการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยนั้น เราต้องศึกษาข้อมูลความปลอดภัยของสารนั้นจาก  MSDS  ซึ่งในเอกสารข้อมูลความปลอดภัยจะมีการระบุค่ามาตรฐานและความเป็นพิษ (Standard and Toxicity) ของสารนั้นไว้ด้วย โดยจะระบุเป็นตัวย่อหลายๆค่า ในบทความนี้จึงนำข้อมูลความเป็นพิษของสารที่ระบุใน MSDS มาแบ่งปันครับ ว่ามีอะไรบ้าง  ตัวอย่างข้อมูลใน MSDS   ค่า TLV (Threshold Limit Value)  เป็นค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ ซึ่งคนปกติที่มีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม และไม่ป่วยเป็นโรคใด ๆ จะสามารถรับเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่เกิดผลกระทบใด ๆ   ค่านี้กำหนดขึ้นโดย The American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH) สามารถแบ่งออกเป็น 3 ค่า ได้แก่ TLV – TWA (Threshold Limit Value – Time-Weight Average) เป็น ค่าความเข้มข้นสารเคมีเฉลี่ย

Read More

9 อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ควรมีติดรถไว้อุ่นใจดี

  ช่วงนี้เห็นข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนนทุกวัน รวมถึงมีประเด็นที่ถกกันเรื่องอุปกรณ์ฉุกเฉินในรถด้วย ผมก็เลยรวบรวม อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ควรมีติดรถยนต์ไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมันอาจจะสามารถช่วยผ่อนเหตุหนักให้เบาได้บ้างครับ 1. กล้องวิดีโอติดรถ อันนี้คงไม่ใช่อุปกรณ์ฉุกเฉินละครับ ผมว่ามันจำเป็นแล้ว กล้องวิดีโอติดรถนั้นจะช่วยเราในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ถือว่าเป็นพยานชั้นดีในการที่จะพิสูจน์ถูกผิด ในบางครั้งที่เรานำรถไปจอดแล้วเกิดการเฉี่ยวชน ถ้าคู่กรณีหนี เราก็จะสามารถตามหาคู่กรณีได้ง่าย ทั้งนี้ยังนำไปอ้างเป็นหลักฐานกับทางประกันภัยได้อีกด้วยว่าเราไม่ได้เป็นผู้กระทำเอง หากมีการเคลมประกันเกิดขึ้น 2. สายพ่วงแบตเตอรี่    คนมีรถคงไม่มีใครไม่เคยเคยรถสตาร์ทไม่ติดนะครับ  บางครั้งก็ไม่ได้มีสัญญาณเตือนอะไรเลยว่าแบตเริ่มเสื่อม อยู่ ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดซะงั้น  ถ้าเป็นช่วงกลางคืน เปลี่ยนแบตนอกสถานที่ก็คิดราคาเพิ่ม  พกสายพ่วงแบตไว้เผื่อขอจั๊มพ์แบตรถที่ผ่านไปมา ส่วนใหญ่เขาน่าจะยินดีอยู่นะครับ 3. ยางอะไหล่ + แม่แรงฉุกเฉิน หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น มีไว้ก็หนักเลยเอาออก แต่ถ้าเกิดวันไหนยางแบนขึ้นมาจะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมันขึ้นมาทันที แต่ถ้าคนไหนไม่เคยทำก็ถอดยากเอาการอยู่นะครับ 4. สายลากรถ  อันนี้ก็สำคัญนะครับ เผื่อจำเป็นต้องลากจูง 5. ไฟฉาย เป็นอีกสิ่งที่หลายคนมองข้าม  ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ส่องดูในรถใต้ท้องรถห้องเครื่อง หรือให้สัญญาณต่างๆครับ 6. ป้ายสัญญาณเตือนแบบสะท้อนแสง หรือ ไฟฉายกระพริบ ควรมีไว้อย่างยิ่ง ยามเกิดเหตุรถเสีย นำไปวางก่อนถึงรถสัก 50 เมตร

Read More

การเก็บตัวอย่างน้ำเสีย

  ในการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียนั้นต้องมีการตรวจสอบกระบวนการอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำเสียซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อระบบบำบัด  โดยในการสุ่มตัวอย่างก็ต้องเป็นตัวแทนที่ดีของน้ำเสีย  รวมทั้งต้องเพียงพอที่จะใช้ในการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วยความถูกต้องและแน่นอนด้วย  หลังจากเก็บตัวอย่างแล้วจะต้องทำการเก็บรักษาสภาพของตัวอย่างไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งต้องรักษาสภาพตัวอย่างให้เป็นไปตามวิธีการมาตรฐาน ข้อสำคัญประการหนึ่งในการเก็บและการรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ เพื่อการวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องก็คือ เราจะต้องทราบว่าการเก็บตัวอย่างน้ำนั้นเพื่อจะนำไปหาปริมาณของสารชนิดใด หรือจะวิเคราะห์หาค่าอะไร และควรจะต้องเก็บตัวอย่างน้ำในปริมาณเท่าใด เพื่อจะได้เป็นหลักในการเลือกวิธีการเก็บ การรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ และภาชนะรวมทั้งเครื่องมืออื่นๆที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างให้ถูกต้อง การเก็บตัวอย่างน้ำที่ถูกต้องโดยทั่วไปจะต้องคำนึงถึงข้อพิจารณาดังนี้ เครื่องมือและอุปกรณ์การเก็บตัวอย่างน้ำ จุดเก็บตัวอย่างน้ำ วิธีการเก็บตัวอย่างน้ำ การรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ การบันทึกข้อมูลสภาพการเก็บตัวอย่างน้ำ สำหรับวิธีในการเก็บตัวอย่างน้ำเสียนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การเก็บแบบจ้วง (Grab Sampling) เป็นการเก็บตัวอย่างครั้งเดียว เวลาเดียวมาวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ที่ได้จะแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของน้ำ ณ จุดเก็บ เฉพาะในวันและเวลาที่เก็บตัวอย่างนั้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวแทนของน้ำเสียทั้งหมด วิธีนี้จะใช้กับกรณีที่น้ำทิ้งไม่ได้ไหลแบบต่อเนื่อง เป็นการปล่อยน้ำทิ้งระบายออกเป็นครั้งคราวอันเนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ต่อเนื่องกัน หรือใช้ในกรณีที่น้ำเสียมีคุณลักษณะและคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก การเก็บตัวอย่างน้ำแบบผสมรวม (Composite Sampling)  เป็นการเก็บน้ำเสีย ณ จุดใดจุดหนึ่งติดต่อกันตลอดเวลาและนำมารวมกัน  การเก็บแบบนี้ปริมาณการเก็บขึ้นกับอัตราการใหลของน้ำทิ้งในแต่ละเวลา น้ำเสียไหลมากเก็บมาก น้ำเสียไหลน้อยเก็บน้อย หลังจากนั้น แล้วนำมาเทรวมกัน แล้วจึงแบ่งตัวอย่างนำไปเก็บรักษาเพื่อวิเคราะห์ต่อไป วิธีการเก็บตัวอย่างแบบผสมนี้ จะทำให้ใช้เวลาในการเก็บตัวอย่างมากแต่เป็นวิธีที่ได้ตัวแทนของน้ำเสียจริงๆ ผลวิเคราะห์สามารถนำไปใช้ในการออกแบบระบบบำได้แต่มีข้อควรปฏิบัติคือในช่วงแรกๆ น้ำเสียที่เก็บได้ต้องนำมาเก็บไว้ในห้องเย็น หรือแช่เย็นไว้เพื่อไม่ให้คุณสมบัติของน้ำเสียเปลี่ยนไป การเก็บตัวอย่างจากบ่อรวม (Sump

Read More