ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG

 

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)  มีความต้องการสูงขึ้นมากในช่วง4-5 ปีที่ผ่าน เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในภาคครัวเรือน  ร้านอาหาร ภัตตาคาร  อุตสาหกรรม และในรถยนต์ เนื่องจาก LPG เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดเผาไหม้แล้วเกิดเขม่าน้อย  ขนส่งสะดวกไม่เปลืองที่เก็บ

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ย่อมาจาก Liquefied Petroleum Gas  ได้มาจากแหล่งใหญ่ 3 แหล่ง คือ  จากการแยกก๊าซธรรมชาติ  ได้มาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน  และได้มาจากการนำเข้าโดยตรง โดยก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG สามารถอยู่ได้ทั้งในสถานะของเหลวและก๊าซ  ซึ่ง LPG ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 2 ชนิด คือ โพรเพน(Propane) และ บิวเทน(Butane)  โดยคุณสมบัติหลักๆของ ก๊าซ LPG มีดังนี้

  1. LPG มีจุดเดือดต่ำมาก โดย Propane มีจุดเดือด -42⁰C และ Normal Butane มีจุดเดือด -0.5⁰C LPG มีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหภูมิปกติ และความดันบรรยากาศ เว้นเสียแต่จะถูกอัดให้เป็นของเหลวอยู่ในถังภายใต้ความดันหรือนำถังไปแช่เย็นเอาไว้ เมื่อ LPG ระเหยออกสู่บรรยากาศก็จะเดือดทันที การเปลี่ยนสถานะกระทันหันทำให้เกิดการดูดความร้อนในบริเวณนั้น ทำให้มองเห็นเป็นไอสีขาว มีหยดน้ำหรือเกิดน้ำแข็งเกาะ โดยเมื่อ LPG เปลี่ยนจากของเหลวกลายเป็นไอจะขยายตัวถึง 250 เท่า และจะกลายเป็น 14000 เท่าเมื่อผสมกับอากาศ ดังนั้นในการบรรจุก๊าซ LPG จึงนิยมบรรจุไม่เต็มเพื่อรองรับการขยายตัวของก๊าซนั่นเอง
  2. ความดันไอ Propane มีความดันไอ 113 psi at 20⁰C และ Butane มีความดันไอที่ 30 psi at 20⁰C โดนแรงดันของ LPG จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมของ propane และ butane รวมถึงอุณหภูมิด้วย โดยปกติ LPG จะมีแรงดันขณะใช้งาน 100 psi ซึ่งการออกแบบภาชนะจัดเก็บ LPG จะต้องออกแบบให้สามารถรับแรงดันได้ 250 psi
  3. ค่าการติดไฟ LPG มีค่าในการติดไฟอยู่ที่ LEL 2.0% – UEL 9.5% ถ้ามีก๊าซ LPG ต่ำกว่า 2 ส่วนหรือมากกว่า 9 ส่วนในส่วนผสมของก๊าซกับอากาศกับอากาศ 100 ส่วน ส่วนผสมนั้นก็จะไม่ติดไฟ
  4. อุณหภูมิของจุดติดไฟ (Ignition Temperature) เนื่องจากอุณหภูมิจุดติดไฟของ Propane คือ 460-580 องศาเซลเซียส และของ Butane คือ 410-550 องศาเซลเซียส ดังนั้น ก๊าซปิโตรเลียมเหลวจึงติดไฟได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซินซึ่งมีจุดติดไฟ 280 – 430 องศาเซลเซียสและน้ำมันดีเชล 250 – 340 องศาเซลเซียส ดังนั้นก๊าซปิโตรเลียมเหลวมีความปลอดภัยสูงกว่าในประเด็นการจุดติดไฟได้เอง
  5. ความถ่วงจำเพาะและความหนาแน่นของไอ LPG มีค่าความถ่วงจำเพาะ(Liquid Specific Gravity) ประมาณ 0.5-0.6 ซึ่งเบากว่าน้ำ ทำให้กรณีถ้าเกิดการรั่วไหลของ LPG ลงท่อนรับน้ำ ทางระบายน้ำ หรือแหล่งน้ำจะทำให้ LPG ลอยอยู่บนผิวน้ำและไหลไปตามกระแสน้ำได้ ถ้าเกิดประกายไฟและความเข้มข้นอยู่ในช่วงติดไฟก็จะสามารถเกิดไฟไหม้บนผิวน้ำได้ในที่ห่างไกลจากแหล่งรั่วไหล   นอกจากนี้ LPG ยังมีค่าความหนาแน่นของไอ(Vapor Specific Gravity) ประมาณ 1.52-2.0 คือหนักกว่าอากาศ จะทำให้กรณีเกิดการรั่วไหลแล้ว LPG จะนอนอยู่ที่พื้นเนื่องจากหนักกว่าอากาศนั่นเอง
  6. อุณหภูมิเปลวไฟ LPG เมื่อติดไฟแล้วให้อุณหภูมิสูงประมาณ 1900-2000 ⁰C ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมหลอมโลหะ สามารถนำไปใช้ในการอบเครื่องเคลือบดินเผาอบสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. ค่าความร้อนและการเผาไหม้ อยู่ประมาณ 10000-12000 kcal/kg
  8. ค่าอ๊อกเทน (Octane Number)ก๊าซแอลพีจีมีค่าอ๊อกเทนสูง ประมาณ 95-110 ซึ่งสูงกว่าค่าอ๊อกเทนของน้ำมันเบนซิน จึงเหมาะกับการใช้เป็นเชื้อเพลิงของรถยนต์มาก
  9. คุณสมบัติทางกายภาพ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่จะมีการเติมเอธิลเมอร์แคปแทน C2H5SH เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบว่าเกิดการรั่วของก๊าซ
  10. LPG มีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลาย (solvent) เช่นเดียวกับพวกน้ำมันระเหย จึงสามารถละลายหรือทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำมาจากยางธรรมชาติเสียคุณสมบัติได้ เช่น ปะเก็น หรือซีลต่าง ๆ ดังนั้นอุปกรณ์ที่นำมาใช้กับถังที่บรรจุก๊าซแอลพีจี ควรใช้วัสดุอื่นที่ไม่ได้ทำมาจากยางธรรมชาติ เช่น ยางสังเคราะห์ เป็นต้น

ถึงแม้ว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จะไม่มีคุณสมบัติเป็นพิษทางเคมี แต่เมื่อก๊าซรั่วออกมาแทนที่อากาศก็สามารถทำให้เกิดการขาดออกซิเจน หมดสติ และตายเนื่องจากการขาดอากาศหายใจได้  นอกจากนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้สัมผัสกับของเหลว หรือที่เรียกว่าน้ำก๊าซโดยตรงเนื่องจากน้ำก๊าซจะดูดความร้อนออกจากร่างกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการเผาไหม้แบบเย็น หรือ Cold burn

มาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้แรงงานที่ต้องคลุกคลีและเกี่ยวข้องกับ LPG กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไว้ว่า “ในอากาศ สถานที่ที่ทำงานจะมี LPG ได้ไม่เกิน 1,000 ส่วนต่ออากาศล้านส่วน (ppm) โดยเฉลี่ยในระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงหรือ 1,800 มิลลิกรัมของ LPG ต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตรของอากาศ”

ด้วยเหตุที่การใช้ก๊าซ LPG ในภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณมาก  หากไม่มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยที่ดี ก็อาจส่งผลเสียหายอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ หน่วยงานภาครัฐจึงออกมาตรการต่างๆ มาควบคุมการใช้งาน LPG ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ไว้มาสรุปคราวหน้าครับ

ท้ายนี้ก็ขอฝาก คลิปอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดจาก LPG มาให้ดูกันครับ เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้เราไม่ประมาทเมื่อต้องทำงาน หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับก๊าซ LPG ครับ

 

ระทึก!! ปั๊มแก๊สระเบิด ใจกลางเมือง Makhachkala Republic of Dagestan, Russia โดย Watch Out เผยแพร่เมื่อ 10 ส.ค. 2014 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8/8/2014 สังเกตดีๆว่าแก๊สรั่ว จากนั้นไม่นาน….ตรู๊มมม!!!

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=I2L_f7BEQUw&t=3s
ภัยใกล้ตัว แก๊สระเบิด เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นกับร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดขึ้น เมื่อถังแก๊สที่ใช้กันอยู่ปกติเกิดรั่วและระเบิดขึ้นมา ด้วยความตกใจพวกเขาจึงช่วยกันดับไฟเองตามประสา จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างและการดับไฟที่ถูกต้องควรปฎิบัติอย่างไร  เรื่องจริงผ่านจอ แก๊สระเบิด 2 พค. 2556 โดยนิธินันท์ วงศ์ชัย เผยแพร่เมื่อ 6 พ.ค. 2013

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=gb9J2sporio&t=190s

โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพราะความประมาท กับเหตุการณ์รถแก๊ส LPG ระเบิดที่ ถนนเพชรบุรี ที่เปลี่ยนให้บริเวณนั้นกลายเป็นทะเลเพลิง เพียงชั่วพริบตา…รายการต้องรอด ตอน “โศกนาฏกรรมรถแก๊สระเบิด”  โดย Thailand’s Best Documentaries เผยแพร่เมื่อ 17 ก.ค. 2014

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=SosvrU__ZaU

 

อ้างอิง

http://www.doeb.go.th

http://www.youtube.com