กฎกระทรวง การทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 บังคับใช้ 15 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมพอสมควรครับ ยกเลิก   กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547 นิยาม “ที่อับอากาศ” (Confined Space) หมายความว่า ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัดและไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับเป็นสถานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ำ บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ำมัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะหรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงความจากกฎกระทรวงฯ อับอากาศ 2547 ที่สำคัญ ดังนี้ เพิ่มความในคำนิยาม “ที่อับอากาศ” (Confined Space)   ว่าเป็นที่ที่ไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับเป็นสถานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพิ่มคำนิยาม “สภาพอันตราย” “สภาพอันตราย” หมายความว่า สภาพหรือสภาวะที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงาน อย่างหนึ่งอย่างใด

Read More

เขื่อนป้องกันสารเคมีรั่วไหล

  ในโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาหนึ่งที่เจอได้บ่อยๆ คือ การหกรั่วไหลของวัตถุดิบที่เป็นของเหลว สารเคมี น้ำเสีย หรือของเหลวต่างๆในกระบวนการผลิต สาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ อาทิเช่น ท่อหลุดขณะขนถ่าย ท่อรับส่งรั่ว ถังบรรจุรั่ว พนักงานเผลอเรอ รับสารเคมีล้นถัง เป็นต้น ดังนั้นเขื่อนป้องกันสารเคมีจึงมีความสำคัญ แล้วตามกฎหมายเขื่อนต้องมีปริมาตรเท่าไร มีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หมวด 2 ข้อ 6 (7) ระบุว่า วัตถุอันตราย ที่มีขนาดของภาชนะบรรจุ ตั้งแต่ 25,000 ลิตรขึ้นไปต้องสร้างเขื่อน ให้มีขนาดที่สามารถจะกักเก็บปริมาณได้ทั้งหมด แต่ถ้ากรณีที่มีภาชนะบรรจุมากกว่าหนึ่งถังในพื้นที่เดียวกัน ให้สร้างเขื่อนที่สามารถ เก็บกักได้เท่ากับปริมาตรของถังเก็บขนาดใหญ่ที่สุด   กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 หมวด 4 ข้อ

Read More

การรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษ

การรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน (แบบ รว.1, รว.2, รว.3, รว.3/1) มีกำหนดการจัดทำ และส่งภายในเดือนนี้ สิงหาคม และกุมภาพันธ์ ของทุกปี (กำหนดเวลาทำงานเผื่อไว้ครับ) โดยการทำ รว.1-3 มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับครับ ได้แก่ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2558 ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง แบบรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2559 ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องกําหนด หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการตรวจสอบและควบคุมการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยจากอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555 ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง การรายงานผลการตรวจวัดการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยจากอุปกรณ์และการซ่อมแซมอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2556   แต่ละโรงงานก็มีการรายงานแตกต่างกันไป ตามมลพิษหลักที่มีอยู่ โดยกำหนดการส่งรายงานนั้นจะตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2558 กำหนดให้ส่งรายงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็น 2 รอบ คือ รอบที่ 1 เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนภายในวันที่ 1 กันยายนของปีที่รายงาน รอบที่

Read More

วอ/อก7

ในเดือนมกราคมนี้ โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ ต้องส่งใบแจ้งข้อเท็จจริงของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกหรือผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย หรือ วอ/อก7 ครับ ก็มีน้องที่รู้จักสอบมาถามว่า สารเคมีอะไรบ้างที่ต้องส่งรายงานเพราะมีสารเคมีเป็น 1000 ชนิดในโรงงาน พอดีน้องเขาเพิ่งได้รับมอบหมายให้ทำเป็นครั้งแรก และหัวหน้าเขาก็เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ก็ไม่รู้ที่มาเหมือนกัน ตามกฎหมายฉบับนี้ มีบัญชีแนบท้ายรายชื่อวัตถุอันตราย จำนวน 53 รายการ ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบกับรายการสารเคมีที่มีใช้ในโรงงานครับว่ามีรายชื่อตรงกันมั้ย ลองเข้าไปในเว็ปไซด์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ก็มีกฎหมายฉบับนี้และรายชื่อสารเคมีให้ดูครับ http://haz2.diw.go.th/vk7/ ถ้าตรวจสอบวัตถุอันตรายแล้ว มีรายชื่อตามที่กำหนดในบัญชีแนบท้ายกฎหมาย ก็ต้องแจ้งผลิต นำเข้า หรือครอบครอง ตามแบบ วอ./อก.7 ครับ เอกสารอ้างอิง ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงของผู้ผลิต ผู้นําเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตราย ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ. ๒๕๔๗

ป้ายบ่งชี้อันตรายสำหรับ LPG Gas Station

เมื่อเดือนที่แล้ว มีการตรวจสอบเพื่อต่ออายุใบอนุญาตครองครองก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG จึงมีโอกาสกลับมาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และเอาสรุปบางส่วนมาให้ครับ จากประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการในการเก็บรักษา การกำหนดบุคลากรที่รับผิดชอบและการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สำหรับสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่กรมธุรกิจพลังงานรับผิดชอบ พ.ศ. 2554  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 เลยขอหยิบยกเนื้อหาบางจุดมาฝากกัน โดยขอยกตัวอย่างในส่วนของป้ายบ่งชี้อันตราย และป้ายคำเตือนต่างๆ ว่าจำเป็นต้องมีข้อความใดบ้าง สำหรับข้อความบังคับ นะครับ ต้องประกอบด้วยข้อความดังนี้ ติดที่ประตูทางเข้ารั้วโปร่งให้มีป้ายที่มีข้อความ ” อันตราย ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามก่อประกายไฟ ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ “ โดยข้อความในป้ายต้องเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีขาว มีขนาดที่เห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่าย โดยมีความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร และต้องติดป้ายไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย สำหรับข้อความที่เพิ่มจากเดิม คงเป็นข้อความห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ   สำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซแบบเหนือพื้นดิน ต้องมีแผ่นป้ายทำด้วยโลหะติดแน่นไว้ที่ถัง โดยต้องแสดงรายละเอียดเป็นข้อความภาษาไทย และหรือภาษาอังกฤษที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ดังต่อไปนี้ (๑) มาตรฐานและหมายเลขมาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบ (๒) ชื่อ หรือตรา

Read More

แนวทางการอนุญาตนำเข้าสารเอชซีเอฟซี (HCFCs)เพื่อใช้ในประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

    ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง แนวทางการอนุญาตนำเข้าสารเอชซีเอฟซี (HCFCs) เพื่อใช้ในประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 9 ธันวาคม 2559 และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไปโดยมีสาระสำคัญ คือ ยกเลิกรายละเอียดแนบท้ายประกาศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง แนวทางการอนุญาตนำเข้าสารเอชซีเอฟซี (HCFCs) เพื่อใช้ในประเทศ พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 โดยให้ใช้รายละเอียดแนบท้ายประกาศฉบับนี้แทน ซึ่งผมได้ทำกราฟไว้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นตามด้านล่างครับ ที่มา :  ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง แนวทางอนุญาตนำเข้า HCFCs ฉบับที่ 2 2559 หลังจากได้อ่านกฎหมายฉบับนี้ ผมก็มีเรื่องที่ไม่รู้หลายอย่าง จึงได้สืบค้นข้อมูลเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เช่น เรื่องของ สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน หรือ ODS

Read More

กฎหมายที่เกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG

    หลังจากรู้จัก ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) กันไปบ้างแล้วในบทความก่อนหน้านี้ ใครยังไม่ได้อ่านก็สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่ครับ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) สำหรับ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG)  ผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้มาดูแลกระบวนการผลิตที่มีการก๊าซชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิง  จึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมและทำให้ได้รับโอกาสไปเข้าร่วมอบรมผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว จึงได้รู้ว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับก๊าซ LPG หลายฉบับมาก  โดยฉบับหลักที่เกี่ยวข้อง คือ ประกาศกระทรวงพลังงานเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการเก็บรักษา การกำหนดบุคลากรที่รับผิดชอบและการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 สำหรับสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่กรมธุรกิจพลังงานรับผิดชอบ พ.ศ.2554  โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 กฎหมายฉบับนี้ได้เน้นไปที่การกำกับดูแลสถานที่ใช้ก๊าซ LPG ตามสถานประกอบการ เช่น โรงงาน, โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น แต่ไม่รวมถึงการใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มในครัวเรือน โดยจะมีการกำหนดสถานที่ใช้ก๊าซ LPG รวมไปถึงการใช้ภาชนะให้สอดคล้องการเก็บรักษาวัตถุอันตรายและมาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นไปตามหลักสากล โดยสาระสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้อาทิเช่น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตสำหรับวัตถุอันตราย และไม่ต้องขึ้นทะเบียนสำหรับวัตถุอันตราย ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ผู้มีไว้ในครอบครอ ในสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ถ้ามีปริมาณการเก็บรวมกันไม่เกิน 500 กิโลกรัม

Read More

กฎหมายควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน

  กฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน  พ.ศ. 2559          กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559 โดยให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา โดยมีเหตุผลว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมการปนเปื้อนของสารปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน จึงกำหนดให้มีหลักเกณฑ์ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของบุคคลและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในกฎหมายได้ให้คำนิยามของ “ การปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน” ว่า การที่ดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน มีสารปนเปื้อนสะสมในปริมาณที่ไม่เหมาะแก่การดำรงชีวิต หรือมีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพ อนามัย และสิ่งแวดล้อม   และสารปนเปื้อนที่ระบุไว้ มี 5 ชนิดได้แก่  (1) สารอินทรีย์ระเหยง่า (2) โลหะหนัก  (3) สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์  (4) สารที่มีลักษณะและคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (5) สารอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งโรงงานที่กำหนดในท้ายกฎกระทรวงนี้ มีทั้งหมด 12 ประเภทโรงงาน จะ ต้องตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดิน และจัดการให้การปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินต้องไม่สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับการตรวจสอบและส่งรายงานนั้น สามารถแยกได้เป็น 2 กรณี คือ

Read More

ค่าสี ADMI มาตรฐานใหม่ตามกฎหมาย

  ค่าสี ADMI มาตรฐานใหม่ ตามกฎหมายสำหรับวัดค่าสีในน้ำทิ้ง           จากการกำหนดค่าสีในน้ำทิ้ง ให้มีค่าสี (Color) ไม่เกิน 300 เอดีเอ็มไอ โดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรม  โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  07 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไปนั้น           ก่อนอื่นมาทบทวนความเข้าใจก่อนว่า สีของน้ำเกิดจากอะไร สีของน้ำเกิดจากการปนเปื้อนของสารต่างๆ ทั้งที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ ทั้งที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ โดยที่สีนั้นสามารถถูกกำจัดออกได้เพื่อทำให้น้ำเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์  ปัจจุบันมีการวัดค่าสี อยู่หลายหน่วย เช่น หน่วยโลวิบอนด์(Lovibond unit) หน่วยอะฟา(APHA unit) หน่วยแพลตินัมโคบอลต์(Platinum-cobalt unit) และหน่วยเอดีเอ็มไอ(ADMI unit) ซึ่งในการวัดค่าสีในน้ำตัวอย่างนั้นจะต้องกระทำทันทีหลังจากเก็บน้ำตัวอย่าง แต่ถ้าไม่สามารถกระทำได้ทันทีให้เก็บไว้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส และโดยทั่วไปการวัดค่าสีจะเป็นการวัดค่าสีจริง คือ สีที่ได้หลังจากการกำจัดเอาสารแขวนลอยออกแล้ว ซึ่งการกำจัดสารแขวนลอยออกนั้น ก็มีใช้กัน 2

Read More