อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน

หลังจากได้อธิบายอุปนิสัยที่ 1 และ 2 ใน The 7 Habits of Highly Effective People ซึ่งก็คือ Be Proactive กับ เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ  Begin With the End in Mind ไปแล้วนั้น ก็มาถึงอุปนิสัยที่ 3 คือ การทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน  Put First Things First  เป็นอุปนิสัยของการบริหารส่วนตน  “สิ่งสำคัญคือการทำให้สิ่งสำคัญ  สำคัญ”  Stephen Covey งงมั้ยครับ แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญ?   ก็คือสิ่งที่เราได้กำหนดไว้ในอุปนิสัยที่ 2 Begin With the End in Mind ครับ คือ กิจกรรม งานต่างๆ ที่สอดคล้องกับคำปณิธาน ของเราครับ สำหรับอุปนิสัยที่ 3

Read More

อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ

อุปนิสัยที่ 2 ก็คือ Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ การเริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ หมายความถึง การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจแบบชัดเจน ว่าสิ่งใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเรา ดร.โควีย์ ได้แนะนำให้เขียนคำปณิธานส่วนบุคคล โดยให้ทุ่มไปที่ลักษณะที่เราต้องการจะเป็น สิ่งที่เราต้องการจะทำ และหลักการที่จะทำให้เกิดการกระทำและดำรงไว้  คำปณิธานส่วนบุคคลถ้าวางอยู่บนหลักการที่ถูกต้องจะกลายเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต ที่จะเป็นกรอบในการตัดสินใจต่างๆ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ยังคงใช้ได้กับตัวเรา ยกตัวอย่างคำปณิธานขององค์กร ซึ่งคนที่ทำงานในบริษัทก็คงเห็นกันจนชินตา แต่อาจจะไม่เข้าใจหรือไม่มีความยอมรับนับถือและไม่ได้ใช้เป็นเกณฑ์ในการปฏิบัติงาน เพราะไม่มีส่วนร่วม ไม่ผูกมัด แต่จริงๆแล้วมีความสำคัญมาก เพราะเป็นค่านิยมร่วมกันของทุกคนในองค์กร ถ้าพนักงานทุกคนเข้าใจยอมรับจะเกิดความทุ่มเทในการทำงานตามกรอบเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีการ ควบคุม ตำหนิ ก็ทำให้เกิดการทำงานที่มีเป้าหมายเดียวกัน ก็ให้เกิดประสิทธิผลสูง สำหรับผมแล้วอุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ Begin with the End in Mind เป็นมากกว่าการกำหนดเป้าหมายชีวิตอย่างที่เคยทำมา เขียนบทชีวิตใหม่ครับ  ด้วยการเขียนคำปณิธานส่วนตนบนพื้นฐานหลักการประสิทธิผล กำหนดจากสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ครอบคลุมทุกมิติที่สำคัญ ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตทำงาน  เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินชีวิต เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจในสิ่งที่ยากๆ ก็ย้อนกลับมาดูปณิธานที่เขียนไว้ว่ามันขัดกันหรือเปล่า ถ้าขัดก็ไม่เลือก ถ้าสอดคล้องก็ทำต่อครับ

Read More

อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ (Be Proactive)

บี โปรแอกทีพ Be Proactive ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ยินคำว่า Proactive ผมเข้าใจว่าเป็นการทำงานในเชิงรุก คือ ทำไปก่อนที่จะถูกบังคับให้ทำ ป้องกันสิ่งต่างๆก่อนที่จะเกิดปัญหา การเสนอทำสิ่งใหม่ๆ การคิดไปล่วงหน้า แต่พอได้เข้าอบรมและอ่านหนังสือเพิ่มเติมจึงพบว่าไม่ใช่เลย อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive ตามที่ Stephen R. Covey  บอกหมายถึง ความรับผิดชอบในชีวิตของตนเอง โดยที่เรามีอิสรภาพในการเลือกที่จะตอบสนอง เรามีความคิดริเริ่มและความรับผิดชอบชอบที่จะดำเนินการให้เกิดผล อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ คือ อิสรภาพในการเลือก Proactive คือ การที่เรารับผิดชอบต่อชีวิตเราเอง โดยการเลือกที่จะตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้เงื่อนไขต่างๆมาบงการชีวิตเราได้  ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น กรณีที่เราเจอเหตุการณ์รถติดนานๆ เราก็จะอารมณ์เสีย หงุดหงิด พาลด่าคนอื่นไปทั่ว แถมยังส่งต่ออารมณ์เสียไปให้คนอื่นทางไลน์ ทางเฟสบุ๊คอีกซึ่งก็ทำให้เราเสียสุขภาพจิตลงไปอีก แต่ถ้า Proactive เราก็จะเลือกที่จะไม่นำเอาการที่รถติดมาทำให้อารมณ์เสีย เราจะหาทางทำให้ตัวเองได้ประโยชน์จากรถที่ติด เช่น รถติดก็ดีจะได้คิดทบทวนงานที่ จะได้มีเวลาคุยกับแฟน ถ้าไม่ได้ขับรถเองหาหนังสืออ่านก็ดี หรือถ้าติดมากๆจะเขียนบันทึกก็ได้ ฯลฯ เราเลือกที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทางบวกเป็นตัวอย่างของอุปนิสัยที่ 1

Read More

กรอบความคิดและหลักการ

The Seven Habits of Highly Effective People 7 อุปนิสัย สำหรับผู้มีประสิทธิผลยิ่ง ในภาคแรกนี้  ดร.โควีย์ ได้กล่าวถึงกรอบความคิดและหลักการซึ่งก็มีหลายๆสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน  โดยจากการศึกษาเรื่องความสำเร็จในอเมริกาผ่านงานเขียนหลายร้อยชิ้น พบว่างานเขียนเรื่องความสำเร็จสามารถแบ่งสิ่งที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จออกเป็น 2 ส่วน คือ   คุณลักษณะ เช่น การมีศีลธรรม การมีความกล้า การมีความยุติธรรม  บุคลิกภาพ เช่น การปรับความคิดให้บวก การปรับบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ความมีเสน่ห์ การโน้มน้าว ทักษะเชิงสังคม ซึ่งโดยความเห็นของ ดร.โควีย์ มองว่าคุณลักษณะส่วนตน เป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน เปรียบได้กับรากของต้นไม้ซึ่งคนอื่นๆจะไม่เห็น แต่มีความสำคัญมาก หากต้องการประสิทธิผลที่ยั่งยืนต้องทุ่มเทพัฒนาคุณลักษณะของเราเมื่อรากมั่นคงแล้ว การเจริญเติบโตและออกดอกผลก็จะได้ผลดีตามไปด้วย ถัดมาคือเรื่องของอำนาจ กรอบความคิด  กรอบความคิด คือวิธีที่เรามองโลก เป็นการรับรู้ เข้าใจและตีความโลกที่เราเห็น เปรียบได้กับแผนที่ของแต่ละคน ถ้าแผนที่ที่เรามีอยู่เกิดพิมพ์ผิด เราก็ไปไม่ถึงจุดหมายเพราะหลงทาง เรื่องแรกที่สำคัญที่สุด คือ  ความถูกต้องของแผนที่   การเปลี่ยนกรอบความคิดจะทำให้มองเห็นมุมมองใหม่ กรอบความคิดที่ เราต้องให้ความทุ่มเท

Read More

7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง โดย Steven R. Covey

ผมได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้ 3 วัน รวมทั้งได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน แล้วเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน จึงอยากจะนำมาแบ่งปันครับ The Seven Habits of Highly Effective People 7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง เป็นหนังสือที่ได้รับการนิยมมาก ถือเป็นหนึ่งในหนังสือทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ได้รับการแปลในภาษาต่างๆ กว่า 38 ภาษา และจำหน่ายไปแล้วกว่า 20 ล้านเล่มทั่วโลก เป็นหนังสือที่ว่าด้วยอุปนิสัยต่างๆ ทั้ง 7 ของมนุษย์ โดย Steven R. Covey ได้สรุปหลักการสำคัญ เพื่อการเป็นบุคคลที่จะประสบผลสำเร็จในชีวิต อันยังผลประโยชน์ต่อตนเองและต่อส่วนรวม โดยมีเนื้อหาต่างๆ ดังนี้ ภาคที่ 1 กรอบความคิดและหลักการ และภาพรวมของทั้ง 7 อุปนิสัย ถ้าเราอยากมีประสิทธิผลมากขึ้นเราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้มาอยู่ในกรอบความคิดและหลักการของประสิทธิผล ภาคที่ 2 ชนะใจตนเอง อุปนิสัยที่ 1 โปรแอคทีฟ (Be Proactive) เราต้องรับผิดชอบชีวิตตนเอง เรามีสิทธิเลือกและตอบสนองในทางบวก

Read More

แนะนำฉลากสิ่งแวดล้อม

  สวัสดีครับ หลังจากได้เขียนบทความเกี่ยวกับฉลากเขียวไปแล้ว นอกจากฉลากเขียวแล้วก็ยังมีสินค้าและบริการอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน โดยวันนี้ขอแนะนำ   www.ecoprothailand.com แหล่งข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย อาทิเช่น ฉลากเขียว  ฉลากเบอร์ 5 ฉลากลดคาร์บอน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งความรู้ต่างๆ อีกด้วย มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ด้วยการสนับสนุนสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันนะครับ  

ฉลากเขียว ร่วมด้วยช่วยใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  หลายคนอาจเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ติดอยู่บนสินค้าบางชนิด แล้วรู้หรือไม่ว่า สัญลักษณ์สีเขียวมีรูปหน้าเด็กยิ้ม ต้นไม้และนกที่อยู่ร่วมกันในโลกที่เห็นนี้เป็นสัญลักษณ์ “ฉลากเขียว” ของประเทศไทย ว่าแต่ฉลากเขียวนี้คืออะไร มีดีอย่างไร บทความนี้เลยเอาเรื่องฉลากเขียวมาเล่าสู่กันฟังครับ ฉลากเขียว คือ ฉลากที่รับรองและให้กับผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่มีคุณภาพและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน โดยคุณภาพยังอยู่ในระดับมาตรฐานที่กำหนด การรับรองเป็นไปตามเกณฑ์หรือข้อกำหนดของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ฉลากเขียวที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์จะเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เน้นคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง ขณะใช้งานผลิตภัณฑ์ ขณะออกสู่ตลาด และตลอดจนการกำจัดซากผลิตภัณฑ์หลังจากใช้งานแล้ว เช่น ส่งเสริมการนำขยะมูลฝอยหรือขยะอันตรายกลับมาใช้ประโยชน์หรือกลับมาใช้ใหม่ การลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมด้วยการผลิตและการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวหมายรวมถึงสินค้าและบริการหลายประเภท ยกเว้นอาหาร ยา และเครื่องดื่ม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทั้งสามประเภทดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพความปลอดภัยในการบริโภคโดยตรงมากกว่าด้านสิ่งแวดล้อม ฉลากเขียว ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการกีดกันทางการค้าหรือการตลาด แต่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันและปรับปรุง สภาพแวดล้อมภายในประเทศ ดังนั้นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศก็มีสิทธิ์สมัครขอใช้ฉลากเขียวเช่นเดียวกับผู้ผลิตภายในประเทศภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ฉลากเขียว ไม่ได้เป็นรางวัลด้านสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นจึงไม่มีการออกข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งแวดล้อมหรือทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เช่น จักรยาน กลุ่มเป้าหมายจะเป็นสินค้าหรือบริการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ผู้ผลิตมีทางเลือกอื่นในการผลิต ปัจจุบันมีข้อกำหนดฉลากเขียวสำหรับในการรับรองกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งหมด 25 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีคุณลักษณะเด่นด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละผลิตภัณฑ์หากได้รับการรับรอง และเพื่อให้ผู้บริโภคใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกใช้อาทิเช่น รายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิ์ให้ใช้เครื่องหมายฉลากเขียว http://www.tei.or.th/greenlabel/thnamelist.html การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว

Read More

ดัชนีคุณภาพอากาศ

ในบทความก่อนได้เล่าถึงเรื่องฝุ่นละออง Particulate matter ไปแล้ว นอกจากปัญหาฝุ่นละอองแล้ว ยังมีมลพิษทางอากาศอีกหลายชนิดที่มีค่าเกิดมาตรฐาน หรือมีค่าที่สูงกว่าปกติจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยได้  ทางกรมควบคุมมลพิษจึงได้จำทำดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อเป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ดัชนีคุณภาพอากาศที่ใช้อยู่ในประเทศไทย คำนวณโดยเทียบจากมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไปของสารมลพิษทางอากาศ 5 ประเภท ได้แก่ ก๊าซโอโซน (O3) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 8 ชั่วโมง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ดัชนีคุณภาพอากาศที่คำนวณได้ของสารมลพิษทางอากาศประเภทใดมีค่าสูงสุด จะใช้เป็นดัชนีคุณภาพอากาศของวันนั้น ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ตั้งแต่ 0 ถึง มากกว่า 300 ซึ่งแต่ละระดับจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบระดับของผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย

Read More

ฝุ่นละออง Particulate matter(PM) ความเสี่ยงในบรรยากาศใกล้ตัว

  ฝุ่นละอองเป็นมลพิษทางอากาศที่เป็นปัญหาสำคัญในไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง เราจะได้เห็นข่าวเรื่องปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือเป็นประจำ ซึ่งก็คือปัญหา ฝุ่นละอองนั่นเอง จากข้อมูลผู้ป่วยใน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในเขตภาคเหนือตอนบนพบว่าอัตราการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี  นอกจากปัญหาหมอกควันในภาคเหนือแล้ว  ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเองก็มีปัญหาเรื่องฝุ่นละออง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากควันดำรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล รวมถึงฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง ฝุ่นจากการเผาในที่โล่ง การเผาไหม้หญ้าด้วย ฝุ่นละออง(Particulate matter) หมายถึง อนุภาคที่เป็นของแข็ง หรือของเหลวที่แขวนลอยอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา  ฝุ่นละอองเป็นสารที่มีความหลากหลายทางด้านกายภาพและองค์ประกอบ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิด ลักษณะที่แตกต่างกัน ได้แก่ ขนาดของฝุ่น ปริมาณ รูปร่าง ความหนาแน่น การนำไฟฟ้า การกัดกร่อน การดูดความชื้น เป็นต้น ในเรื่องของการควบคุมมลพิษทางอากาศ คุณสมบัติที่สำคัญ คือ ขนาดของฝุ่น(Particle size) โดยจะจำแนกเป็น 3 ขนาด ได้แก่ ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน, ฝุ่นขนาดกลาง 1-10 ไมครอน และฝุ่นขนาดใหญ่ 10-100 ไมครอน ฝุ่นขนาด 1-10 ไมครอน เป็นฝุ่นขนาดที่มีความสำคัญในการควบคุม

Read More