Shock load อาจทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียล้มเหลว

 

หลายวันก่อนมีพี่ที่รู้จักกันโทรมาปรึกษาว่าน้ำเสียบางจุดผิดปกติไป  มีค่าสูงขึ้นกว่าเดิม 200-500 ppm ทำให้ต้องลดปริมาณน้ำที่ป้อนเข้าระบบลง  ผมจึงถามว่าแล้ว loading เพิ่มเยอะมั้ย  เกินค่าที่ออกแบบไว้รึเปล่า ถ้าไม่ลดละมี shock load มั้ย ถ้าจะลดปริมาณน้ำป้อนเข้าระบบลงเยอะ จะทำให้น้ำเสียสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้สถานการณ์แย่ลงเพราะถังรับน้ำเสียจะไม่พอนะครับ  เค้าต้องกลับไปตรวจสอบและสอบถามลุกน้องอีกครั้ง

ผมจึงนึกได้ว่าเรื่อง Shock load เองก็มีความสำคัญมาก เพราะส่งผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพแบบเห็นได้ชัด ถึงขั้นทำให้ระบบบำบัดน้ำเสีย fail หรือ ล้มเหลวเลยก็ได้

Shock load อาจจะแบ่งได้ 2 แบบ คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน  จะส่งผลกระทบต่อถังตกตะกอน ทำให้ตกตะกอนไม่ทัน หรือส่งผลต่อเวลาในการบำบัด ทำให้เวลาน้อยลง จุลินทรีย์ปรับตัวไม่ทัน  บำบัดไม่หมด  ทำให้ตกตะกอนไม่ดี  หรือแบบที่สอง ปริมาณน้ำเสียคงที่แต่ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งกรณีหลังนี้ในโรงงานอุตสาหกรรมมักจะเจอบ่อยครั้ง  อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของกระบวนการผลิต หรือเครื่องจักร หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกิด shock load เช่นกัน 

สำหรับในโรงงานอุตสาหกรรม การป้องกันปัญหา shock load มักจะสร้างถังเก็บน้ำเสีย หรือ Equalization pond ไว้ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บกักน้ำเสียไว้ก่อน  หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ค่า ก่อนป้อนเข้าระบบบำบัดน้ำเสีย  จะทำให้ป้องกันการ shock load ในระบบได้

สำหรับผมแล้วการควบคุม Shock load จะใช้วิธีการควบคุม F/M ratio ไม่ให้แกว่งมากในแต่ละวัน  รวมถึงการควบคุม BOD loading ไม่ให้แตกต่างกันเกิน 30% ในแต่ละวัน  ซึ่งค่านี้กำหนดขึ้นจากการใช้งานจริงแล้วไม่ค่อยเกินผลกระทบกับระบบนะครับ   สำหรับระบบที่มีเชื้อจุลินทรีย์แข็งแรงอาจจะรองรับการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยต่างกันไปนะครับ

อย่างไรก็ตามพยายามตรวจสอบ Loading เป็นประจำทุกวันนะครับ