ปัญหาขยะ กับ ตาวิเศษ

 

         ขยะเป็นปัญหาที่แก้ยาก เนื่องจากเป็นเรื่องของจิตสำนึก  ทุกวันนี้คนเราทิ้งขยะต่อวันสูงมาก ยกตัวอย่างเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่เราได้เห็นข่าวจากโทรทัศน์ หรือจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ ว่าขยะล้นสนามหลวง โดยช่วงตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.- 1 พ.ย.มีปริมาณขยะเกิดขึ้นแถวบริเวณสนามหลวงถึง 1,472 ตัน เฉลี่ยวันละกว่า 87 ตัน  ในวันที่มีขยะเกิดขึ้นสูงสุด  มีขยะประมาณ 175 ตัน นึกไม่ออกใช่มั้ยครับว่ามากแค่ไหน  ถ้าเอาขยะมาอัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมกว้างสัก 1 เมตร สูง 1 เมตร เอามาวางต่อกันก็ยาวเกือบสองเท่าสนามฟุตบอล หรือถ้าวางซ้อนกันก็สูงครึ่งหนึงของตึกใบหยก2 อะครับ

         ปัญหาขยะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนไม่ค่อยสนใจ  ผมเคยไปทำกิจกรรมอาสาในโรงเรียนประถม ไปทำกิจกรรมกับเด็กนักเรียนเรื่องการแยกขยะและทำธนาคารขยะ ซึ่งปัจจุบันหลายๆโรงเรียนยังคงทำอยู่ พบว่าเด็กนักเรียนเข้าใจและทำได้ดีทีเดียวสามารถแยกขยะในโรงเรียนและนำไปขายได้เงินมาทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ในชุมชนที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่กลับไม่มีการจัดการขยะที่ดี รวมถึงการแยกขยะในโรงงานอุตสาหกรรมเองหลายๆที่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ผมก็อดนึกไม่ได้ว่าเราจะสอนยังไง เด็กๆก็คงไม่เชื่อเพราะเห็นกันอย่างเคยชิน ถ้าเด็กถามย้อนกลับมาว่า ทีผู้ใหญ่ไม่เห็นคัดแยกขยะเลย เราจะตอบยังไง 

         ทำไมผมถึงเขียนบทความนี้ เพราะว่าเมื่อหลายวันก่อนผมเห็นคนขับรถเก๋งราคาแพงครับ จอดอยู่ข้างธนาคารแห่งหนึ่งได้เปิดประตูออกมาและเอาขยะประมาณว่าถุงขนมกับแก้วกาแฟ 3-4 ชิ้น ทิ้งเข้าไปใต้รถและก็ปิดประตู สักพักก็มีผู้หญิงอีกคนออกมาจากธนาคารขึ้นรถแล้วก็ขับออกไป ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นขยะ เพราะถังขยะก็อยู่เลยจุดที่รถคันนี้จอดออกไปแค่ 2 ช่วงรถเท่านั้นใกล้มาก จนเมื่อรถออกไปแล้วจึงเห็นชัดๆว่าเป็นขยะจริงๆ เพราะน้ำแข็งและกาแฟหกเต็มไปหมดพร้อมซองขนมปลิวว่อนทำให้ผมรู้สึกหดหู่ในใจ   อะไรที่เราเห็นกันทุกวันนี้ครับอาจจะไม่สังเกตหรือเราอาจจะชินครับ เช่น หลายครั้งที่มักจะเจอคนกินน้ำแล้วทิ้งถุงออกจากรถลงข้างอยู่บ่อยครั้ง  คนทิ้งขยะในรถเมล์   คนทิ้งขยะออกมาจากรถขณะรถติด  ขยะเกลื่อนตามใต้สะพานลอย หรือแม้แต่บนบนสะพานลอย ตามจุดที่วางถังขยะมีขยะล้นถัง ส่งกลิ่นเหม็นมาก ตามแม่น้ำลำคลองต่างๆก็มีขยะลอยเต็มไปหมด

         ในความเห็นผมคิดว่าปัญหาขยะ ต้องปลูกจิตสำนึกกันให้ต่อเนื่องครับ พอดีได้ชมโมษณาทางโทรทัศน์ของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง แล้วซึ้งกินใจมากชวนให้มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมถึงขั้นน้ำตาไหล ก็เลยย้อนนึกไปว่าในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นมีสื่ออะไรบ้างที่พอจะนึกขึ้นได้  ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 30ปีก่อน บางคน(ที่มีอายุแล้ว) อาจจะคุ้นหูกับคำว่า  “อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง”  ซึ่งเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกทางโทรทัศน์ในสมัยนั้น โดยโครงการที่มีชื่อว่า “ตาวิเศษ”  พอจะจำกันได้ไหมครับ 

         โครงการรณรงค์  “ตาวิเศษ” เกิดขึ้นโดยสมาคมสร้างสรรค์ไทย เปิดตัวต่อสังคมครั้งแรก ในปีพ.ศ. 2527  โดยในปี พ.ศ. 2526 หรือ 20 กว่าปีก่อน กรุงเทพมหานครถูกจัดอันดับ 1 ใน 5 เมืองที่สกปรกที่สุดในโลก ทำให้คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เริ่มต้นที่จะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากปัญหาที่ใกล้ตัวที่สุด คือขยะ และการสร้างความสะอาดให้พื้นที่สาธารณะ  ระหว่างขั้นตอนระดมสมอง หาแนวทางการรณรงค์เรื่อง “ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง” ที่สอดคล้องกับเด็กๆ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช (นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย) สังเกตดูจากลูกๆ ว่าเด็กๆชอบดูการ์ตูน จึงเกิดความคิดจะทำโฆษณาเป็นการ์ตูน พร้อมกับหาโลโก้ ( Logo) ที่จะเป็นตัวนำเพื่อว่า ในอนาคต 20 ปี 30 ข้างหน้า ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอะไรก็ยังสามารถนำโลโก้นี้ไปใช้ได้  จึงเป็นที่มาของโลโก้ “ตาวิเศษ” และทำไม ตาวิเศษถึงดูดุ เพราะเป็นดวงตาที่คอยสอดส่อง ดูแล พิทักษ์สิ่งแวดล้อม และเมื่อไหร่ที่บ้านเมืองเราสะอาดแล้วจริงๆ ตาวิเศษก็จะเปลี่ยนเป็นตายิ้ม  

         หลังจากเปิดตัวโครงการนี้ขึ้นมา ก็ได้เริ่มมีการจัดทำ “ละครตาวิเศษ” ความสนุกแฝงสาระ ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ จัดแสดงให้เด็กๆ ได้เข้าชมปีละไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ในกว่า 100 โรงเรียน ละครถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ปีละ 1 เรื่อง ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 16 ปี (พ.ศ.2531-2547) แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ละครตาวิเศษ ได้หยุดมานานแล้ว

         ผ่านล่วงเลยมานับสิบกว่าปี ปัญหาขยะก็ยังไม่ลดลงเลย  ทุกวันนี้เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธีก็ยังไม่สามารถปฏิบัติกันได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและทั่วถึง ในวันนี้ผมยังไม่เห็นสื่อสร้างสรรค์ที่จะให้ความรู้และการปฏิบัติอย่างง่ายๆให้ เห็นเป็นรูปธรรมได้เหมือน “ตาวิเศษ” น่าเสียดายน่าจะทำต่อนะ   ของดีๆในอดีต ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้นะครับถ้าเรายังไม่มีสิ่งใหม่ที่ดีกว่า สิ่งสำคัญคือต้องย้ำให้เห็นกันบ่อยๆ ทุกวันเพื่อให้เกิดการจดจำและปลูกจิตสำนึกให้ความสำคัญกับเรื่องขยะ หรือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ก็หวังว่าจะได้ผลบ้างไม่มากก็น้อยครับ

         ท้ายนี้ตอนที่ผมไปสืบค้นข้อมูล ก็ได้พบว่าตอนนี้ โครงการตาวิเศษ ก็ยังไม่ได้หายไปไหนครับ สามารถติดตามได้ที่นี่ครับ  http://magiceyes.or.th/

 

 

ใครไม่เคยเห็น ลองคลิกเข้าไปดูครับ  “ตาวิเศษ”

 

  1. ตาวิเศษ MagicEye Ep03 โดย it culture  เผยแพร่เมื่อ 2 เม.ย. 2015

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=DKngiH1IVfc&list=PL0rowem1h1tFX3A6vol92JLdbYhMpDPjP

 

2. ตาวิเศษ MagicEye Ep02 โดย it culture เผยแพร่เมื่อ 2 เม.ย. 2015

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=rYihYXFmb9c&index=4&list=PL0rowem1h1tFX3A6vol92JLdbYhMpDPjP

 

และอีกหนึ่งตัวอย่างเป็นเสียดสีการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมครับกับประโยคเด็ดที่ว่า “ปัญหาสิ่งแวดล้อมแก้ไม่ได้ด้วยปาก”

โฆษณาโครงการ “รักเรา รักโลก” โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์โดย รถยนต์มิตชูบิชิ “ปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ไม่ได้ที่ปาก…ทำเดียวนี้!” ปี 2537

1994 Mitsubishi Motors MMC Sittipol CSR (รักเรา รักโลก) CM Thailand โดย นายจิรภัทร เจริญเกษกิจ เผยแพร่เมื่อ 22 ต.ค. 2016

ที่มา  https://www.youtube.com/watch?v=ydx9vaQVtzg

 

 

อ้างอิง

http://magiceyes.or.th/