4 ข้อ ที่การทำงานประจำให้มากกว่าเงินเดือน

สำหรับคนที่ทำงานประจำ ก็อยากฝากข้อคิดไว้ว่า นอกจากเงินเดือนแล้ว ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้จากการทำงานนะครับ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าจะมองเห็นมั้ย ยังไงก็ขอฝากสิ่งทีี่่ผมเห็นว่าได้รับจากการทำงานประจำไว้ดังนี้ครับ     การมีระเบียบวินัย การสร้างวินัยในตนเอง ในการทำงานประจำนั้นทำให้เรามีวินัยมากขึ้น การมีวินัยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอน เดินทางไปทำงาน ยิ่งไปกับรถรับส่งของบริษัทยิ่งต้องตรงเวลามาก เพราะรถไม่จอดรอ การบริหารงานหรือการส่งงานตามที่ได้รับมอบหมายก้สำคัญมาก ได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทำงานประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้รับ มันมีคุณค่ามาก หากว่าเรามองเห็นความสำคัญของมัน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ขอบอกเลยว่า ไม่สามารถหาได้ตอนเรียนหนังสือครับ ได้ทำงานกับคนหลากหลาย ยิ่งได้ทำงานกับคนเก่งๆ ยิ่งดีกับเรา ในการทำงานกับลูกน้อง การทำงานกับหัวหน้า หรือ การทำงานกับเพื่อนร่วมงานมากมายหลายรูปแบบนั้น การปรับตัวและการทำงานร่วมกับผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การทำงานเป็นทีมเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุคนี้มาก ได้พัฒนาทักษะด้านภาษา ยุคนี้ต้องยอมรับว่าภาษาต่างประเทศมีบทบาทมาก ตอนเรียนอาจจะไม่ค่อยสนใจกันมาก แต่พบจบมาและต้องหางานทำ ขอบอกว่าจำเป็นจริงๆ ซึ่งในหลายบริษัทใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ซึ่งต้องทำทั้งรายงานภาษาอังกฤษ การเขียนอีเมลล์ การพูด การฟัง หรือการ presentation เป็นภาษาอังกฤษก็ช่วยบีบให้เราต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก   คงเป็นบางส่วนที่เห็นว่าเป็นข้อดีในการทำงานประจำนะครับ จงมองหาสิ่งดีๆ ในชีวิตการทำงานประจำ ใช้มันให้เกิดประโยชน์ ใช้ในการพัฒนาตนเองนะครับ

ลิงกับลา

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของ ต่างๆ ได้รับความเสียหาย   ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลาย ปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อ ค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆ   สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง   ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะ ขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เอง คือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมา ทุบตีลาอย่างรุนแรง   ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย   เธอทั้งหลาย…   เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของ ทำโทษจนตาย   ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้

Read More