การเก็บตัวอย่างน้ำเสีย

 

ในการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียนั้นต้องมีการตรวจสอบกระบวนการอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำเสียซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อระบบบำบัด  โดยในการสุ่มตัวอย่างก็ต้องเป็นตัวแทนที่ดีของน้ำเสีย  รวมทั้งต้องเพียงพอที่จะใช้ในการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วยความถูกต้องและแน่นอนด้วย  หลังจากเก็บตัวอย่างแล้วจะต้องทำการเก็บรักษาสภาพของตัวอย่างไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งต้องรักษาสภาพตัวอย่างให้เป็นไปตามวิธีการมาตรฐาน

ข้อสำคัญประการหนึ่งในการเก็บและการรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ เพื่อการวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องก็คือ เราจะต้องทราบว่าการเก็บตัวอย่างน้ำนั้นเพื่อจะนำไปหาปริมาณของสารชนิดใด หรือจะวิเคราะห์หาค่าอะไร และควรจะต้องเก็บตัวอย่างน้ำในปริมาณเท่าใด เพื่อจะได้เป็นหลักในการเลือกวิธีการเก็บ การรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ และภาชนะรวมทั้งเครื่องมืออื่นๆที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างให้ถูกต้อง

การเก็บตัวอย่างน้ำที่ถูกต้องโดยทั่วไปจะต้องคำนึงถึงข้อพิจารณาดังนี้

  • เครื่องมือและอุปกรณ์การเก็บตัวอย่างน้ำ
  • จุดเก็บตัวอย่างน้ำ
  • วิธีการเก็บตัวอย่างน้ำ
  • การรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ
  • การบันทึกข้อมูลสภาพการเก็บตัวอย่างน้ำ

สำหรับวิธีในการเก็บตัวอย่างน้ำเสียนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่

  1. การเก็บแบบจ้วง (Grab Sampling) เป็นการเก็บตัวอย่างครั้งเดียว เวลาเดียวมาวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ที่ได้จะแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของน้ำ ณ จุดเก็บ เฉพาะในวันและเวลาที่เก็บตัวอย่างนั้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวแทนของน้ำเสียทั้งหมด วิธีนี้จะใช้กับกรณีที่น้ำทิ้งไม่ได้ไหลแบบต่อเนื่อง เป็นการปล่อยน้ำทิ้งระบายออกเป็นครั้งคราวอันเนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ต่อเนื่องกัน หรือใช้ในกรณีที่น้ำเสียมีคุณลักษณะและคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
  2. การเก็บตัวอย่างน้ำแบบผสมรวม (Composite Sampling)  เป็นการเก็บน้ำเสีย ณ จุดใดจุดหนึ่งติดต่อกันตลอดเวลาและนำมารวมกัน  การเก็บแบบนี้ปริมาณการเก็บขึ้นกับอัตราการใหลของน้ำทิ้งในแต่ละเวลา น้ำเสียไหลมากเก็บมาก น้ำเสียไหลน้อยเก็บน้อย หลังจากนั้น แล้วนำมาเทรวมกัน แล้วจึงแบ่งตัวอย่างนำไปเก็บรักษาเพื่อวิเคราะห์ต่อไป วิธีการเก็บตัวอย่างแบบผสมนี้ จะทำให้ใช้เวลาในการเก็บตัวอย่างมากแต่เป็นวิธีที่ได้ตัวแทนของน้ำเสียจริงๆ ผลวิเคราะห์สามารถนำไปใช้ในการออกแบบระบบบำได้แต่มีข้อควรปฏิบัติคือในช่วงแรกๆ น้ำเสียที่เก็บได้ต้องนำมาเก็บไว้ในห้องเย็น หรือแช่เย็นไว้เพื่อไม่ให้คุณสมบัติของน้ำเสียเปลี่ยนไป
  3. การเก็บตัวอย่างจากบ่อรวม (Sump Sampling) เป็นการเก็บน้ำเสียจากบ่อ (Sump) ที่เป็นที่รวมของน้ำเสียจากแหล่งต่างๆ น้ำเสียจากบ่อรวม จัดได้ว่าเป็นตัวแทนของน้ำเสียที่แท้จริงได้เช่นเดียวกัน หากน้ำเสียถูกกักไว้ในบ่อนานกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อนำมาวิเคราะห์ทราบคุณสมบัติแล้วสามารถนำไปออกแบบระบบบำบัดได้เช่นกัน 

      

         

    สำหรับในการทำงานสามารถใช้การเก็บตัวอย่างทั้ง 3 แบบ ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บตัวอย่างครับ เช่น สำหรับการวิเคราะห์ค่าน้ำเสียก่อนป้อนเข้าระบบจากบ่อปรับสภาพ  Equalization tank ก็สามารถใช้การเก็บตัวอย่างแบบจ้วง  Grab sampling ได้ ส่วนการเก็บน้ำตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ค่า BOD ที่ป้อนเข้าระบบทั้งวันก็ควรใช้วิธีการเก็บตัวอย่างเป็นผสม composite Sampling ครับ

    นอกจากวิธีการเก็บตัวอย่างที่ดีแล้ว ภาชนะในการเก็บรักษาน้ำตัวอย่าง การรักษาสภาพน้ำตัวอย่างก็มีความสำคัญนะครับ  ดังนั้นก่อนการเก็บน้ำตัวอย่างต้องรู้พารามิเตอร์ที่จะวิเคราะห์ รวมทั้งตรวจสอบกับห้องวิเคราะห์เพื่อยืนยันปริมาณที่จะเก็บ ภาชนะบรรจุ และวิธีการรักษาสภาพให้เหมาะสมด้วยนะครับ

     

    ที่มา:

    ตำราระบบบำบัดมลพิษทางน้ำ กรมโรงงานอุตสาหกรรม

    เอกสารประกอบการสัมมนา เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย(ขั้นสูง)

    http://www.erdi.cmu.ac.th/

    http://www2.diw.go.th  การวิเคราะห์น้ำและน้ำเสียเบื้องต้น